Guest   
 
Username:
Password:




 


  
 

นักเขียนนักแปล

ประวัตินักเขียน

1)       หนูแยม: สวัสดีค่ะ หนูแยมขอเป็นตัวแทนชาวแจ่มใสมาพูดคุยทำความรู้จักนักแปลคนเก่ง ที่ช่วยถ่ายทอดเรื่องราวสนุกๆ น่าประทับใจจากต่างประเทศมาเป็นภาษาไทยให้เราได้อ่านกันนะคะ อันดับแรกก็ต้องแนะนำตัวกันสักนิดค่ะ ในวงการใช้นามปากกาว่าอะไรบ้างคะ หรือจะแนะนำชื่อจริงก็ไม่ว่ากันนะ
นักแปล: สวัสดีค่ะ มีสองนามปากกาค่ะ คือ เมฆขาว หวานเย็น กับ Piyanof ชื่อแรกเอาไว้ใช้แนวที่หวานๆ น่ารักๆ หน่อย ส่วน Piyanof ไว้แปลแนวแฟนตาซีผจญภัยหรือแนวที่เท่ๆ (?)หน่อยค่ะ
 
2)       หนูแยม: นามปากกาเก๋ๆ แบบนี้ มีที่มาจากไหนหรือคะ
นักแปล: เมฆขาว หวานเย็น มาจากชื่อภาษาจีนที่ป๋าตั้งให้ กับสมญานามที่แม่ชอบเรียกค่ะ ถ้าให้เล่าที่มานี่ยาวมาก ตอนสมัยเรียนมัธยมเห็นเพื่อนที่โรงเรียนมีชื่อภาษาจีนด้วย เก๋อะ พอกลับมาบ้านก็รบเร้าให้ป๋าตั้งให้ค่ะ ที่จริงป๋าก็ไม่ได้เชี่ยวชาญภาษาจีนอะไร เลยตั้งชื่อง่ายๆ ว่า เง็กฮุ้ง (เสียงแต้จิ๋ว) หรืออวี้อวิ๋น (เสียงจีนกลาง) แปลตรงตัวตามอักษรคือเมฆหยก แต่จริงๆ แล้วหมายถึงเมฆที่ขาวราวกับหยกนั่นเอง ส่วนหวานเย็นก็ตามนิสัยค่ะ ทำอะไรแบบใจเย็นๆ ไม่รีบร้อน
สำหรับ Piyanof มาจากชื่อจริง (ปิยรัตน์) ผสมชื่อเล่น (ฝน) ค่ะ ตอนมัธยมอีกนั่นแหละ เพราะในห้องมีชื่อเล่นซ้ำกันหลายคู่ แทนที่เราจะเรียก ฝนเล็ก ฝนใหญ่ ทำร้ายจิตใจกัน เราก็ใช้วิธีผสมชื่อจริงไว้ข้างหน้าแทน เช่น ปิยะฝน (ฮะ ตอนนั้นเราคิดอะไรซับซ้อนแบบนี้เลยเหรอ) แต่ถึงใครจะชื่อไม่ซ้ำก็เรียกเพื่อนในกลุ่มกันแบบนี้จนติดปาก พอมาแปลแนวที่โลดโผนหน่อยก็เลยจับตัวอักษรในชื่อมาเรียงๆ ใหม่อย่างที่เห็นค่ะ (เพิ่มความซับซ้อนเข้าไปอีกขั้น)
 
3)       หนูแยม: ปกติแล้วแปลแนวอะไรบ้างคะ และคิดว่าแนวที่แปลมีเสน่ห์ยังไงบ้าง
นักแปล: แปลทุกแนวเลยค่ะ JLS Sweet Asian Dreamland of Love (สามแนวแรกนี่ เป็นตำนานสินะ) มากกว่ารัก Cookie และ Enter (อ๊ะ ยังไม่เคยฝากชื่อไว้กับแนว JLN นี่นา)
แต่ละแนวก็มีเสน่ห์ที่ทั้งเหมือนและต่างกันค่ะ ถ้าเป็นนิยายรัก เราก็จะสัมผัสได้ถึงความงดงามของความรักหลากหลายรูปแบบ ที่ต่างกันก็คือบรรยากาศ รักร่วมสมัยอย่าง Cookie ก็จะให้ความรู้สึกว่าตัวละครอยู่ใกล้ๆ เรา มีความคล้ายคลึงกับชีวิตในปัจจุบัน แต่ถ้าเป็นแนวมากกว่ารัก ก็จะลึกซึ้งไปอีกขั้น และได้เรียนรู้วัฒนธรรมของชาวจีนด้วย ส่วนถ้าเป็นหมวด Enter ก็จะให้จินตนาการแบบไม่มีสิ้นสุดเลยค่ะ เวลาได้แปลหรือได้อ่านแนวไหนก็เหมือนได้หลุดเข้าไปในโลกอีกใบ เป็นความรู้สึกที่วิเศษมากๆ ค่ะ   
 
4)       หนูแยม: นอกจากงานแปลแล้ว ทำงานอื่นควบคู่ไปด้วยหรือเปล่าคะ แล้วต้องแบ่งเวลาทำงานยังไงบ้าง
นักแปล: งานที่ทำประจำจริงๆ คือคอยหาต้นฉบับสนุกๆ และคอยดูแลนักแปลค่ะ ตอนนี้ไม่มีเวลาแปลเองเลย (อย่าโกรธเค้านะ) แต่ถ้าคิดถึงกัน แค่อ่านงานแปลจีนของแจ่มใสก็เท่ากับติดตามผลงานของฝนแล้วค่ะ  
 
 
5)       หนูแยม: เวลาทำงานเครียดๆ มีวิธีจัดการกับความเครียดยังไงคะ
นักแปล: ปล่อยวางค่ะ (ฟังดูยิ่งใหญ่) ถ้าเครียดแสดงว่าจดจ่อยึดเกร็งกับเรื่องนั้นมากเกินไป ก็จะหันความสนใจไปทางอื่นก่อน เช่น ทำงานบ้าน ดูโทรทัศน์ คุยเล่นกับเพื่อนกับคนที่บ้าน หรือแม้แต่การทำสมาธิค่ะ พอใจเราสบายบางทีความคิดดีๆ ก็เกิดตอนที่เราปล่อยวางนี้เอง แล้วก็ค่อยกลับมาทำงานนั้นต่อค่ะ
 
6)       หนูแยม: คิดว่าการแปลนิยายให้อะไรกับเราบ้างคะ
นักแปล: อันดับแรกคือได้อ่านนิยายค่ะ นักแปลจะได้เสพความสนุกจากเรื่องก่อนใคร แต่ก็ต้องมาคิดหาถ้อยคำเพื่อถ่ายทอดให้คนอื่นได้สนุกเหมือนตอนที่เราได้อ่านด้วย บางเรื่องก็ได้ค้นคว้าได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ที่สอดแทรกอยู่ในเรื่องที่เราแปลค่ะ กว่างานแปลแต่ละชิ้นจะเสร็จสมบูรณ์เราต้องเค้นพลังและใช้ความมานะบากบั่นไม่แพ้งานอื่นๆ แต่พอแปลเสร็จเป็นตัวเล่มแล้วก็จะรู้สึกอิ่มเอมมากๆ เหมือนได้เห็นหน้าลูกน้อยที่เฝ้าฟูมฟักมาตลอดเป็นแรมเดือน และพอได้เห็นผลงานแปลของตัวเองอยู่ในมือนักอ่านด้วยแล้ว ก็จะยิ่งปลื้มปริ่มอย่างบอกไม่ถูกเลยค่ะ 
 
7)       หนูแยม: โดยส่วนตัวแล้ว ชอบอ่านเรื่องแนวไหน หรือชอบตัวละครแบบไหนเอ่ย
นักแปล: ชอบอ่านทั้งนิยายรักและแฟนตาซีผจญภัยค่ะ ที่ชอบนิยายรัก เพราะส่วนใหญ่พระเอกในนิยายจะเป็นหนุ่มหล่อในฝันและมีวิธีแสดงความรักกับนางเอกในแบบต่างๆ กัน อ่านแล้วรู้สึกได้เพิ่มความหวานให้ชีวิต ฮ่าๆๆ ส่วนแนวแฟนตาซีแบบ Enter ก็ได้ลุ้นระทึกดีค่ะ ในชีวิตจริงค่อนข้างเรียบเรื่อย พอได้หลุดไปในโลกจินตนาการเหนือจริงก็ทำให้ตื่นตาตื่นใจดีค่ะ
 
8)       หนูแยม: อยากให้นิยาม ‘ความสุข’ ในแบบของตัวเองหน่อยค่ะ
นักแปล: ส่วนตัวแล้วความสุขมีหลายระดับและหลากรูปแบบมากค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการได้อยู่กับคนหรือสิ่งที่เรารัก การได้ ‘ให้’ได้ทำอะไรที่เป็นประโยชน์กับคนอื่น หรือความสงบสุข ก็เป็นความสุขรูปแบบหนึ่งที่รู้สึกว่าสุขจริงๆ ค่ะ คือเวลาที่เรา ‘เข้าใจ(ความเป็นไปของชีวิต) ยอมรับ(ความเปลี่ยนแปลงและความแตกต่าง) และปล่อยวาง(สิ่งที่ราได้พยายามอย่างเต็มที่แล้วแต่อาจไม่ได้ดังที่หวัง)’ จะทำให้เราอยู่บนโลกใบนี้ได้อย่างกลมกลืน และไม่ทุกข์ร้อนค่ะ
 
9)       หนูแยม: ถ้าหากเพื่อนๆ ที่อ่านอยู่อยากเป็นนักแปลบ้าง ควรเริ่มต้นยังไงดีคะ
นักแปล: ต้องสร้างเครื่องมือสำหรับการแปลให้ตัวเองค่ะ เครื่องมือสำคัญของนักแปลคือภาษา ต้องเข้าใจภาษาต้นฉบับได้ในระดับดี ไวยากรณ์ต้องแม่น คำศัพท์ไม่รู้ยังเปิดพจนานุกรมได้ แต่ถ้าตีประโยคผิดจะหลงทางจนอาจออกทะเล และต้องใช้ภาษาที่เราจะถ่ายทอดเป็น อย่างแปลเป็นภาษาไทยก็ต้องใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกหลักเหมาะกับเรื่อง นอกจากนี้ก็ต้องหมั่นค้นคว้า ทำความเข้าใจเรื่องที่กำลังแปล รวมไปถึงทำความเข้าใจความคิดของผู้เขียนซึ่งจะช่วยให้งานแปลออกมาสมบูรณ์มากขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างนี้ต้องอาศัยการอ่านมากๆ ความใส่ใจ ความขวนขวาย ความละเอียดรอบคอบ และความรับผิดชอบไม่แพ้กับงานอื่นๆ เลยค่ะ
10)   หนูแยม: สุดท้าย อยากฝากอะไรถึงนักอ่านแจ่มใสบ้างคะ
นักแปล: ถึงแม้ว่า เมฆขาว หวานเย็น หรือ Piyanof จะนานน้านนนนถึงจะมีผลงานแปลให้ได้อ่านกันสักเล่ม แต่จริงๆ แล้วคอยลุ้นอยู่เบื้องหลังตลอดนะคะ ในฐานะคนทำหนังสือก็ขอฝากลูกๆ ของเราทุกเล่มทุกแนวเลย เพราะตั้งใจทุกขั้นตอน และขอขอบคุณมากๆ ค่ะ ที่ติดตามกันเสมอมา ขอบคุณค่ะ
ผลงานทั้งหมด



ไม่พบข้อมูล
    มีปัญหาทางเว็บ ติดต่อ [email protected][email protected]ะนี้: 166 ท่าน

Line PM